Showing posts with label IT Service. Show all posts
Showing posts with label IT Service. Show all posts

Monday, July 9, 2018

มารู้จัก Chatbot กันเถอะ


มารู้จัก Chatbot กันเถอะ

เดี๋ยวนี้เราเริ่มได้ยินคำว่า “Chatbot” เข้ามามีบทบาทในการให้บริการหรือการส่งเสริมการตลาดของบริษัทต่างๆ มากขึ้น ในบทความนี้ Destination One จึงนำเอาสาระน่ารู้เกี่ยวกับเจ้า Chatbot นี้มาฝากคุณผู้อ่านค่ะ

Chatbot คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จำลองการโต้ตอบบทสนทนาของมนุษย์ผ่านทางข้อความตัวอักษรหรือเสียง โดยเราสามารถตั้งคำถามหรือแจ้งคำสั่งกับ Chatbot เพื่อให้มันทำการตอบสนองหรือดำเนินการตามที่ถูกร้องขอ ซึ่งสามารถจัดได้ว่าเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) รูปแบบหนึ่ง และกำลังได้รับความนิยมนำมาใช้งานในภาคธุรกิจเป็นอย่างมากในขณะนี้

แม้ว่า Chatbot จะเป็นซอฟต์แวร์ที่ทำงานแบบอัตโนมัติและมีข้อจำกัดอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ก็มีข้อได้เปรียบที่มันสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีเวลาหยุดพัก สามารถประมวลข้อมูลและฟังก์ชั่นได้หลากหลาย และยังมีประสิทธิภาพสูงในด้านความรวดเร็วและแม่นยำ

โดยทั่วไปแล้ว Chatbot มีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่
  1. Scripted คือ Chatbot ที่ทำงานตามสคริปท์ที่กำหนดมา
  2. Intelligent คือ Chatbot ที่ทำงานโดยปัญญาประดิษฐ์แบบ Natural Processing และ Voice Recognition
  3. Application คือ Chatbot ที่รวมเอา Scripted และ Intelligent มาผสมกัน แล้วผนวกกับการเขียนชุดคำสั่งและใส่ GUI (Graphic User Interface) ให้มีความสวยงาม


ในหลายครั้ง Chatbot ถูกเพิ่มเข้าไปเป็นหนึ่งในรายชื่อเพื่อนของกลุ่มผู้เล่นเกม เพื่อให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์ในระหว่างที่รอผู้เล่น “Live” คนอื่นมาเข้าร่วม ซึ่งมันก็สามารถทำหน้าที่ของมันได้ดีจนไม่มีใครสามารถจับได้ว่ากำลังคุยกับบอทอยู่

ทั้งนี้ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งย่อมต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีของการนำ Chatbot มาใช้ในภาคธุรกิจก็คือ ช่วยลดการปะทะอารมณ์ระหว่างผู้บริโภคและเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ผู้บริโภคไม่ต้องรอสายหรือรอคำตอบเป็นเวลานานเหมือนที่ผ่านมา ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็ว ตรงประเด็น และตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม Chatbot ยังเหมาะแค่เพียงการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน ตอบคำถามหรือให้ข้อมูลที่มีการถามซ้ำบ่อยๆ และไม่เฉพาะเจาะจงมากนัก ซึ่งข้อจำกัดเช่นนี้อาจจะสร้างความหงุดหงิดและไม่พอใจให้กับผู้บริโภคได้ ดังนั้น เมื่อมีคำถามในเชิงลึกก็ยังจำเป็นต้องอาศัยเจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดการเพื่อลดความผิดพลาดอยู่ดีนั่นเอง

Chatbot ยังถูกใช้เสมือนผู้ช่วยส่วนตัว เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รู้สึกถึงการมีปฏิสัมพันธ์ ยกตัวอย่างเช่น Siri ของ Apple, Cortana ของ Microsoft, Echo ของ Amazon หรือ Alexa ของ Google

สุดท้ายนี้ ทีมงานยังมี Chatbot มาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้ทดลองเล่นกันหลายตัว ตามลิงก์ที่เราได้รวบรวมมาให้ด้านล่าง ขอให้สนุกสนานในการสนทนากับ Chatbot นะคะ
  • Azure Bot Service: https://azure.microsoft.com/en-us/services/bot-service/
  • Bot Framework: https://dev.botframework.com/
  • Messenger Platform: https://developers.facebook.com/docs/messenger-platform/guides
  • Line Messaging API: https://developers.line.me/messaging-api/overview
  • ฺBotpress: https://botpress.io/
  • Botsociety: https://botsociety.io/





Content Cr: DestinationOne Counselor

Photo Cr: iStockPhoto

Monday, September 25, 2017

How to บริหารจัดการ Lifecycle ของเครื่องคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กองค์กร



How to บริหารจัดการ Lifecycle ของเครื่องคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กองค์กร

องค์กรไม่ว่าใหญ่หรือเล็กในปัจจุบันล้วนแต่ต้องอาศัยการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กด้วยกันทั้งนั้น รวมถึงอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ อย่าง เครื่องพิมพ์, แท็บเล็ต, เราท์เตอร์ ฯลฯ

ยิ่งองค์กรมีขนาดใหญ่เท่าใด จำนวนอุปกรณ์ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการแข่งขันทางธุรกิจ อีกทั้งเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนอุปกรณ์ที่เราใช้งานอยู่แทบจะรองรับไม่ทัน จึงเข้าทำนองที่ว่า “ซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ก็ตกรุ่น”

เมื่อพนักงานจำเป็นต้องทำงานตามกระแสให้ทัน แต่พอเดินไปหาแผนกไอทีหรือฝ่ายจัดซื้อที่มีหน้าที่ดูแลในการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ กลับได้รับคำตอบที่เจ็บปวดใจว่ายังไม่มีงบ หรือบริษัทคู่สัญญา (Contractor) ให้เครื่องรุ่นเก่ากลับมาใช้ก่อน (Recycle) ซึ่งความหมายที่แท้จริงก็คือการบอกว่าองค์กรอยากประวิงเวลาเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านนี้ลง และเป็นอย่างนี้กันเกือบแทบทุกแห่ง


อันที่จริง เรื่องแบบนี้อาจจะพอหาทางบริหารจัดการเพื่อให้การลงทุนนั้นคุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุด เราลองมาดูกันว่าทำอย่างไรได้บ้าง..

1. วางแผนจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ในระยะยาว และสอดคล้องตามงบประมาณที่มี

     >> องค์กรควรจะแบ่งประเภทหรือจัดหมวดหมู่ของอุปกรณ์ หรือทรัพย์สินด้านไอทีต่างๆ ให้ชัดเจน เช่น ฮาร์แวร์, ซอฟต์แวร์, อุปกรณ์สื่อสาร ฯลฯ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเครื่องคอมพิวเตอร์/โน้ตบุ๊กควรจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3-4 ปี

     >> กำหนดสถานะของอุปกรณ์ หรือทรัพย์สินด้านไอทีแต่ละรายการ เช่น ลงทะเบียนใหม่, อุปกรณ์ใช้งานอยู่, อุปกรณ์สำรอง, อุปกรณ์รอซ่อม, อุปกรณ์รอกำจัด ฯลฯ

     >> ติดป้ายหรือเครื่องหมายแสดงเลขครุภัณฑ์และรายละเอียดสำคัญ เช่น วันที่จัดซื้อ, วันที่ซ่อมบำรุง เป็นต้น

     >> พิจารณาจัดหาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ให้เหมาะสมตามความจำเป็นใช้งานของแต่ละแผนก เช่น คอมพิวเตอร์สำหรับแผนกออกแบบต้องมีสเปคสูง/การ์ดจอดีกว่าเครื่องที่แผนกบัญชีใช้งาน เป็นต้น
 
2. “เช่า” แทนการจัดซื้อ (Lease, Don’t buy) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ ซึ่งเมื่อครบกำหนดตามรอบที่ทำสัญญาตกลงกันไว้ Vendor ก็จะนำอุปกรณ์รุ่นใหม่มาเปลี่ยนให้กับผู้ใช้งานขององค์กร

3. พิจารณาเลือกซื้อเครื่องแบบบาง (Thin Computing) เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการติดตั้งหรือจัดเก็บ รวมถึงควรจะลดงบประมาณในการจัดหา Storage โดยการให้พนักงานใช้บริการระบบ Cloud Service แทน

4. อนุญาตให้พนักงานนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้งาน (BYOD) แต่ต้องไม่ลืมกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเพื่อปกป้องความมั่นคงปลอดภัยด้วยนะ

5. อุปกรณ์เก่าที่ครบอายุการใช้งาน แทนที่จะนำไปกำจัดทิ้งเฉยๆ อาจจะนำมาพิจารณาดูก่อนว่ามีชิ้นส่วนใดที่สามารถนำมาใช้งานร่วมกับเครื่องอื่นๆ ที่ใช้งานอยู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือเป็นอุปกรณ์สำรองได้บ้างหรือไม่

6. และเช่นกัน อุปกรณ์เก่าที่ครบอายุการใช้งานและไม่ใช่อุปกรณ์เช่า องค์กรสามารถนำมาเปิดประมูลในราคาทุนให้กับพนักงาน หรือบริจาคให้กับโรงเรียนหรือหน่วยงานที่ขาดแคลน หรือในบางกรณีอาจจะพิจารณาโอนให้กับส่วนงานอื่นในองค์กรที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์ในลักษณ์เต็มประสิทธิภาพหรือเทคโนโลยีล่าสุด ซึ่งจะสามารถใช้งานอุปกรณ์นั้นต่อไปได้อีกระยะเวลาหนึ่งเลยทีเดียว

ทั้งนี้ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์/โน้ตบุ๊กและอุปกรณ์ไอทีต่างๆ เกิดประโยชน์สูงสุด องค์กรจะต้องให้ความสำคัญกับการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด รวมถึงอายุการใช้งานของอุปกรณ์นั้นๆ และตอนนี้ก็ได้เวลาที่คุณจะต้องหันกลับไปมองอุปกรณ์ที่มีอยู่ เพื่อวางแผนการใช้งานอย่างสร้างสรรค์ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถยืด Lifecycle ของอุปกรณ์ไอที และประหยัดงบประมาณได้มากโขในระยะยาว




Content Cr: DestinationOne Counselor
Photo Cr: StockPic