Wednesday, February 3, 2016

มาปรับแผนกลยุทธ์ Disaster Recovery ให้ดีขึ้นกันเถอะ



มาปรับแผนกลยุทธ์ Disaster Recovery ให้ดีขึ้นกันเถอะ


ถ้าธุรกิจของคุณได้รับผลกระทบจากเหตุฉุกเฉินหรือวิกฤติการณ์ต่างๆ อาทิ น้ำท่วม, ไฟไหม้, เหตุปิดการจราจร ฯลฯ แล้วล่ะก็ คงถึงเวลาที่คุณต้องมาทบทวนเกี่ยวกับแผนกลยุทธ์ Disaster Recover ในการกู้คืนเหตุฉุกเฉิน เพราะแผนนี้จะช่วยลดผลกระทบของความเสียหาย ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้และอยู่รอด อย่างไรก็ตาม หากองค์กรมีแผนกลยุทธ์การกู้คืน แต่ไม่เคยมีการปรับปรุงหรือขาดการทดสอบ ความเสี่ยงต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ไม่ได้ลดหายแต่อย่างใด


ผมจึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่าน มากำหนดแผนกลยุทธ์ Disaster Recover อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเคล็ดลับความสำเร็จดังนี้..


  1. ผู้บริหารระดับสูงจะต้องมีส่วนร่วม ผู้บริหารระดับสูงจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นแก่บุคลากรขององค์กร ตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่างๆ กำหนดทิศทางและให้การสนับสนุนด้านทรัพยากรอย่างเหมาะสม
  2. จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน เนื่องจากในยามที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ทุกภาคส่วนขององค์กรล้วนได้รับผลกระทบ จึงจำเป็นที่ทุกแผนกจะต้องส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อกำหนดรายละเอียดแผนกลยุทธ์ ทั้งแผนส่วนรวมและส่วนที่เกี่ยวข้องกับแต่ละแผนกอย่างเจาะจง รวมถึงเพื่อเป็นผู้ประสานงานหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริงอีกด้วย
  3. การบริหารความเสี่ยง จะต้องมีการสมมติสถานการณ์ของเหตุฉุกเฉินต่างๆ เพื่อประเมินหาประเภทและระดับของความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเหตุนั้น รวมถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย
  4. จัดลำดับความสำคัญ ในการดำเนินธุรกิจย่อมจะต้องประกอบไปด้วยกระบวนการทำงานของแผนกต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างกัน และในแต่ละเหตุการณ์ก็มีความเร่งด่วนที่ไม่เหมือนกัน จึงจำเป็นต้องมีการจัดลำดับความสำคัญ เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างเหมาะสมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น
  5. กำหนดกลยุทธ์การกู้คืน โดยกลยุทธ์นี้จะต้องสะท้อนความต้องการทางธุรกิจอย่างแท้จริง ข้อมูล, อุปกรณ์, เครื่องมือ, บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกที่จำเป็นต่อการทำงานในระหว่างวิกฤติและระหว่างการกู้คืน จะต้องได้รับการระบุอย่างละเอียดรอบคอบ
  6. กำหนดการทดสอบและทบทวนแผน โดยจัดทำเป็นตารางตามรอบระยะเวลาอย่างเหมาะสม เพื่อให้แผนนั้นมีความทันสมัยและพร้อมเสมอในการรับมือเหตุฉุกเฉิน รวมถึงบุคลากรทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการทดสอบหรือรับทราบแผนอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องในยามที่เกิดเหตุการณ์จริง

แผนกลยุทธ์ Disaster Recover จะต้องประกอบไปด้วยข้อมูลสำคัญที่จำเป็นทั้งหมด และต้องจัดระเบียบเนื้อหาอย่างเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานในยามฉุกเฉินได้อย่างราบรื่น







Content Cr: DestinationOne Counselor / InformationSecurityBuzz.com

Photo Cr: Peak10.com

Wednesday, January 27, 2016

คอมพิวเตอร์พกพา VS ความมั่นคงปลอดภัย



คอมพิวเตอร์พกพา VS ความมั่นคงปลอดภัย

คอมพิวเตอร์พกพา หรือ Notebook  คืออุปกรณ์การทำงานชิ้นสำคัญ ซึ่งเก็บบันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ อาทิ อีเมล์, เอกสาร, สเปรทชีท, พรีเซนเตชั่น, รูปภาพ, วิดิโอ, เพลง ฯลฯ อยู่อย่างมหาศาล เมื่อต้องพกพาออกไปนอกสถานที่ จึงจำเป็นต้องได้รับการปกป้องความมั่นคงปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ยิ่งข้อมูลมีความสำคัญมากเท่าใด ระดับความเสี่ยงก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

องค์กรต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการและการใช้งานคอมพิวเตอร์พกกาอย่างเหมาะสม โดยทีมงาม DestinationOne ขอแนะนำมาตรการขั้นพื้นฐาน ซึ่งอย่างน้อยทุกองค์กรจะต้องมีการบังคับใช้ ดังต่อไปนี้..



  1. จัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพาที่มีมาตรฐาน ต้องใช้งานเครื่องที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือตามหลักมาตรฐานสากล หรือได้รับการยอมรับในวงการ เช่น คุณสมบัติ, การรับประกัน เป็นต้น
  2. ตั้งค่ามาตรฐานทางด้านความมั่นคงปลอดภัย  ต้องมีการกำหนดค่า Configuration ต่างๆ ให้มีความมั่นคงปลอดภัยเสมอ เช่น รหัสผ่านต้องคาดเดาได้ยาก, การเข้าถึง BIOS ต้องได้รับการควบคุม เป็นต้น
  3. มีการควบคุมการเข้าถึงอย่างชัดเจน ต้องมีการควบคุมการเข้าถึงโดยจำกัดหนึ่งคนต่อหนึ่งบัญชีผู้ใช้ พิจารณาตามหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการเข้าถึงระบบหรือฐานข้อมูลสำคัญ เช่น การเข้าถึงเครื่องหรือระบบปฏิบัติการ, การเข้าถึงไฟล์ข้อมูล เป็นต้น
  4. หมั่นปรับปรุง OS และ Software ที่เกี่ยวข้องเสมอ ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยเท่าทันกับจุดอ่อนและภัยคุกคามต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
  5. ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและเปิดใช้งานเสมอ ต้องมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและต้องมีการเปิดใช้งานตลอดเวลา รวมถึงต้องหมั่นปรับปรุงเวอร์ชั่นให้ทันสมัยเสมอ
  6. ข้อมูลสำคัญต้องเข้ารหัสตลอดเวลา ข้อมูลที่สำคัญต้องได้รับการเข้ารหัสอย่างมั่นคงปลอดภัย และต้องมีการควบคุมการเข้าถึงที่น่าเชื่อถือและหลากหลายรูปแบบหรือวิธีการ  
  7. ทำลายข้อมูลด้วยวิธีมั่นคงปลอดภัยทุกครั้งก่อนส่งซ่อมหรือจำหน่าย การลบหรือทำลายข้อมูลสำคัญจะทำแบบทั่วไปไม่ได้ แต่จะต้องหาวิธีการหรือเครื่องมือในการทำลายข้อมูลอย่างถาวรเพื่อความมั่นคงปลอดภัย
  8. พกพาติดตัวตลอดเวลา ต้องพกพาเครื่องไว้กับตัวเสมอ หากไม่สะดวกก็จะต้องจัดเก็บอย่างมั่นคงปลอดภัย ยากแก่การเข้าถึงและการมองเห็นจากผู้ประสงค์ร้ายได้
  9. เชื่อมต่อกับเครือข่ายที่น่าเชื่อถือเท่านั้น ต้องเลือกการเชื่อมต่อที่น่าเชื่อถือและมีความมั่นคงปลอดภัย และเชื่อมต่อเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่าเชื่อมต่อพร่ำเพรื่อหรือต่อทิ้งไว้ตลอดเวลาโดยเด็ดขาด
  10. ก่อนใช้งานทุกครั้งต้องมองรอบ 360 องศา สังเกตรอบตัวก่อนเปิดเครื่องใช้งานทุกครั้ง เพื่อหลักเลี่ยงการถูกแอบมองหรือตกเป็นเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดี





Content Cr: DestinationOne Counselor
Photo Cr: Getty Image

Wednesday, January 20, 2016

เคล็ดลับการใช้งานแอพ Mobile Banking อย่างมั่นคงปลอดภัย



เคล็ดลับการใช้งานแอพ Mobile Banking อย่างมั่นคงปลอดภัย

รูปแบบการทำธุรกรรมทางการเงินนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากจากอดีต นั่นก็เป็นเพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะแอพ Mobile Banking บนสมาร์ทโฟนซึ่งตอนนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะช่วยประหยัดเวลาที่เราจะต้องเดินทางไปธนาคารหรือต่อคิวหน้าเครื่องเอทีเอ็ม

แต่ความสะดวกสบายนั้นก็มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ ดูอย่างข่าวตามสื่อต่างๆ หรือที่แอดมินของเฟสบุ๊คเพจ DestinatationOne แจ้งเตือนอยู่บ่อยๆ ก็ได้ครับ น่าจะพอมองออกว่าแนวโน้มภัยคุกคามแอพพลิเคชั่นด้านธุรกรรมทางการเงินรุนแรงมากขึ้นทุกที ในบทความนี้จึงเป็นโอกาสอีกครั้งหนึ่งที่ผมจะมาแนะนำวิธีการใช้งานแอพเหล่านี้ให้มั่นคงปลอดภัย



  1. ดาวน์โหลดแอพที่เป็นของธนาคารจริงๆ ผ่านช่องทาง Play Store หรือ Apple Store เท่านั้น
  2. หมั่นอัพเดทแอพให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพราะนอกเหนือจากฟีเจอร์การใช้งานแล้ว ทางธนาคารมักจะมีการปรับปรุงจุดอ่อนต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น
  3. อย่ารำคาญการยืนยันธุรกรรมต่างๆ ด้วยวิธีการส่งรหัส One-Time Password (OTP) ผ่าน SMS ทางโทรศัพท์มือถือ เพราะมันจะช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างปลอดภัย และรู้ถึงการถูกคุกคามได้หากมีการแจ้ง SMS ที่ผิดปกติ
  4. Log Out ทุกครั้งเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน เพราะมันจะช่วยปกป้องบัญชีของคุณได้แม้สมาร์ทโฟนจะสูญหายหรือถูกขโมย
  5. ติดตั้งแอพป้องกันสมาร์ทโฟนสูญหาย ซึ่งมักจะมาพร้อมฟังก์ชั่นในการติดตามตัวเครื่องที่สูญหายผ่านระบบ GPS และสามารถใช้คำสั่งลบข้อมูลในตัวเครื่องแบบรีโมทได้อีกด้วย
  6. ใช้งานแอพ Anti-Virus/Malware ประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีให้เลือกอยู่หลากหลายใน Play Store หรือ Apple Store

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดก็คือคุณจะต้องใช้งานแอพ Mobile Banking ด้วยความรอบคอบ หากตรวจพบความผิดปกติใดๆ ให้คุณตั้งข้อสงสัยและติดต่อไปยังธนาคารทันที




Content Cr: DestinationOne Counselor
Photo Cr: Wired.com