Showing posts with label SMEs. Show all posts
Showing posts with label SMEs. Show all posts

Monday, April 18, 2016

5 Tips เพื่อปกป้องธุรกิจ SME จากการถูกล่วงละเมิดข้อมูล



5 Tips เพื่อปกป้องธุรกิจ SME จากการถูกล่วงละเมิดข้อมูล

“ธุรกิจ” ไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก หรืออยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมใดก็ตาม ต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะภัยคุกคามที่มาแรงและน่ากลัวที่สุดของยุคนี้ นั่นก็คือ “การล่วงละเมิดข้อมูล”

หลายท่านที่เป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลระบบให้กับธุรกิจขนาดย่อมหรือที่เรียกว่า SME นั้น อาจจะมีความคิดว่าตนเองปลอดภัย ไม่ค่อยกังวลกับภัยร้ายเหล่านี้มากนัก เพราะมองว่าธุรกิจเล็กๆ ไม่น่าจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของใครได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว จากผลสำรวจที่ผ่านมาพบว่ามีธุรกิจ SME จำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดข้อมูล บ่อยครั้งที่แฮ็คเกอร์มุ่งหวังเจาะระบบของ SME เพื่อเปิดทางต่อยอดในการเข้าโจมตีหน่วยงานหรือบุคคลอื่นต่อไป อาทิ ลูกค้า, ผู้บริหาร, ซัพพลายเออร์, รีเทลเลอร์ ฯลฯ รวมถึงหลายท่านอาจจะมองข้ามความสำคัญของข้อมูลสารสนเทศ อันเป็นทรัพย์สินและทรัพยากรหลักในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายเมื่อข้อมูลเกิดสูญหาย ถูกเปิดเผยให้กับคู่แข่ง หรืออาจจะถูกลักไปเรียกค่าไถ่ (Ransomware) เสียแล้ว

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ท่านอาจจะเริ่มตระหนักและเริ่มวิตกว่า แล้วธุรกิจ SME ที่มีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัดจะต้องทำเช่นไรจึงจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับข้อมูลและระบบสารสนเทศของตนได้ ดังนั้น ทีมงานของ DestinationOne จึงได้สรุปคำแนะนำที่นิตยสาร Business2Community รวบรวมและเผยแพร่เอาไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวิธีการง่ายๆ แต่ได้ผลดีเยี่ยม มาฝากให้ทุกท่านได้พิจารณากันครับ



  1. การให้ความรู้กับพนักงาน วิธีการป้องกันข้อมูลจากการถูกล่วงละเมิดที่ดีที่สุดก็คือการสร้างความเข้าใจให้กับพนักงานทุกคน หากพนักงานมีการใช้งานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ จะต้องมีการแนะนำวิธีการใช้งานข้อมูลและการปกป้องอุปกรณ์อย่างเหมาะสม อย่าละเลยเรื่องเหล่านี้โดยคิดว่าพวกเขาน่าจะรู้อยู่แล้ว เพราะการที่ท่านเห็นว่าพนักงานสามารถใช้งานอุปกรณ์ทำงานได้อย่างคล่องแคล่วนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะรู้เท่าทันภัยคุกคามหรือกลอุบายของแฮ็คเกอร์
  2. สร้างความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ พื้นที่สำนักงานควรจะมีการจัดแบ่งโซนต่างๆ อย่างเป็นสัดส่วน เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแล โดยบุคคลภายนอกจะต้องถูกจำกัดให้อยู่เฉพาะในบริเวณต้อนรับเท่านั้น หากจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ทำงานภายในจะต้องมีการแลกบัตรประจำตัว, จดบันทึกเวลาเข้า-ออก และมีพนักงานคอยติดตามอยู่ตลอดเวลา หากเป็นไปได้ ควรจะมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อติดตั้งระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยพื้นฐาน อาทิ ระบบควบคุมการเข้า-ออก, ระบบกล้องวงจรปิด เป็นต้น
  3. บังคับใช้นโยบายควบคุมรหัสผ่าน รหัสผ่านนั้นเป็นได้ทั้งจุดแข็งที่ใช้เพื่อการปกป้องและเป็นจุดอ่อนที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ดังนั้น คุณจึงควรจะกำหนดนโยบายและตั้งค่าระบบให้ยอมรับเฉพาะรหัสผ่านที่มีคุณภาพเท่านั้น
  4. ทำลายข้อมูลอย่างเหมาะสม เอกสารที่เป็นกระดาษทั้งหมด ควรจะได้รับการคัดแยกอย่างเหมาะสมก่อนนำกลับไปใช้ซ้ำหรือกำจัด หากเป็นข้อมูลสำคัญควรจะนำเข้าเครื่องทำลายเอกสารหรือฉีกให้ย่อยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ก่อนนำไปทิ้ง ส่วนการจำหน่ายออกหรือการกำจัดเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ ควรจะมีการใช้โปรแกรมลบข้อมูลถาวร ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบจ่ายเงินและแบบฟรีแวร์
  5. จัดหาประกันที่ครอบคลุมความเสียหายอันเกิดจากการถูกล่วงละเมิดข้อมูล ความเสี่ยงและภัยคุกคามบางประการอาจจะยากต่อการหลีกเลี่ยง รวมถึงอาจจะสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลเกินกว่าที่ SME จะแบกรับภาระไว้เองได้ ดังนั้น การพิจารณาถ่ายโอนความเสี่ยงให้กับบริษัทประกันภัยช่วยแบ่งเบาความรับผิดชอบด้วยนั้น จึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา




Content Cr: Business2Community.com, DestinationOne Counselor
Photo Cr: Share-Gate.com

Wednesday, June 17, 2015

SMEs กับการบริหารความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตาม ISO 27001:2013



SMEs กับการบริหารความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตาม ISO 27001:2013

ขึ้นชื่อว่า “ธุรกิจ” ไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่ กลาง หรือเล็ก ก็ล้วนแต่ต้องอาศัย “ข้อมูล” ในการทำงานทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ข้อมูลการตลาด ข้อมูลระบบ ข้อมูลการเงิน ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และข้อมูลประกอบอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น ทุกองค์กรจึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นต่อเนื่อง รวมถึงประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้บริหารองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs นั้น อาจจะรู้สึกกังวลใจเมื่อต้องวางแผนบริหารความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล เพราะมักคิดว่าตนเองอาจจะมีความรู้และทรัพยากรไม่เพียงพอ แต่อันที่จริงแล้วมาตรฐาน ISO 27001:2013 Information Security Management นั้น มีแนวทางที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับองค์กรทุกขนาด ซึ่งทีมงาน DestinationOne ได้ทำการสรุปกระบวนการบริหารจัดการที่องค์กร SMEs ควรจะพิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้ครับ



การเตรียมความพร้อม และการทำความเข้าใจธุรกิจ/องค์กร

  • การสนับสนุนของผู้บริหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินการ ยิ่งมีการสนับสนุนจากผู้บริหารมากเพียงใดความสำเร็จก็จะยิ่งใกล้เข้ามามากเท่านั้น ในที่นี้หมายรวมถึงการสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย 
  • การทำความเข้าใจธุรกิจ/องค์กรอย่างลึกซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ทราบถึงลักษณะและตัวตนที่แท้จริงขององค์กร ทำให้เราทราบบริบท ปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางทางตรงและทางอ้อม รวมถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
  • ต้องกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายว่าองค์กรต้องการอะไร แล้วทำการสื่อสารให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรับทราบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และกำหนดวิธีการเดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างถูกต้อง
  • กำหนดโครงสร้างการทำงาน บทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของแต่ละส่วนงานอย่างชัดเจน จากนั้นจะต้องสื่อสารและอบรมให้ความรู้ให้กับพนักงานรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม 

การดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และการจัดทำมาตรการควบคุม

  • องค์กรต้องสร้างกระบวนการดำเนินงาน และวิธีการทำงานต่างๆ อย่างเหมาะสม และจะต้องทำการสื่อสารจัดอบรมให้ความรู้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
  • องค์กรต้องวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง หากผลความเสี่ยงที่ได้สูงกว่าระดับที่องค์กรกำหนดไว้ องค์กรจะต้องพิจารณาดำเนินการแก้ไข โดยจัดหามาตรการหรือวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อลดความเสี่ยงให้ลงมาอยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ รวมถึงเฝ้าระวังและทบทวนค่าความเสี่ยงต่างๆ ตลอดเวลา
  • องค์กรต้องสร้างและจัดทำมาตรการควบคุมทางด้านความมั่นคงปลอดภัยความมั่นคงปลอดภัย โดยพิจารณาเลือกจากกลุ่มมาตรการดังต่อไปนี้ >> (ตัวอย่าง) มาตรการควบคุมของมาตรฐาน ISO 27001:2013 (อ้างอิงหมายเลขตาม Annex A.)
  • กลุ่มมาตรการควบคุมที่ 9 การควบคุมการเข้าถึง
  • กลุ่มมาตรการควบคุมที่ 11 ความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม
  • กลุ่มมาตรการควบคุมที่ 12 ความมั่นคงปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
  • กลุ่มมาตรการควบคุมที่ 13 ความมั่นคงปลอดภัยในการติดต่อสื่อสาร
  • กลุ่มมาตรการควบคุมที่ 15 ความสัมพันธ์ของผู้ให้บริการภายนอกหรือห่วงโซ่อุปทาน
  • กลุ่มมาตรการควบคุมที่ 16 การบริหารจัดการเหตุละเมิดความมั่นคงปลอดภัย
  • กลุ่มมาตรการควบคุมที่ 17 ความมั่นคงปลอดภัยในการบริหารจัดการความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
               หรือจัดหามาตรการอื่นใดที่องค์กรเห็นว่ามีประโยชน์ หรือสอดคล้องกับวัฒนธรรมขององค์กรมากกว่ามาตรการที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

การเฝ้าระวัง การวัดผล และการประเมินผล

  • การวัดผลและการประเมินผลจะเป็นตัวบ่งชี้ว่ากระบวนการต่างๆ ที่ดำเนินการมาทั้งหมดนั้น เป็นไปตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และความต้องการขององค์กรหรือไม่อย่างไร
  • การตรวจสอบจะเป็นเครื่องยืนยันและสนับสนุนกระบวนการในการบริหารความต่อเนื่องขององค์กร ว่ามีความสอดคล้องกับมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร  ทั้งนี้ หากตรวจพบความไม่สอดคล้องก็จะต้องดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงต่อไป
  • ผู้บริหารต้องดำเนินการทบทวน ให้ความเห็น และประเมินผลเกี่ยวกับกระบวนการต่างๆ ที่ได้จัดทำขึ้น ว่า มีความสอดคล้องกับความต้องการหรือไม่อย่างไร รวมถึงมีสิ่งใดบ้างที่ต้องปรับปรุงพัฒนา

การปรับปรุง และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  • องค์กรต้องดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงกระบวนการทำงาน รวมถึงมาตรการความมั่นคงปลอดภัยต่างๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายและความต้องการขององค์กรอยู่เสมอ  นอกจากนี้ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะต้องได้รับการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการแก้ไขอย่างถูกต้องเหมาะสม
  • กระบวนการต่างๆ ในการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย จะต้องได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้ข้อมูลคงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้อง และความพร้อมใช้งาน รวมถึงเพื่อสร้างความเข้มแข็งและความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามหรือจุดอ่อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

SMEs ที่มีความมั่นคงปลอดภัย จะสามารถส่งมอบสินค้าและบริการให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ตรงเวลา ไม่ผิดพลาด อีกทั้งยังยกระดับภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป





Content Cr: DestinationOne Counselor
Photo Cr: PhotoStx.com