Wednesday, March 23, 2016

เคล็ดลับ 3 มิติ เพื่อรับมือเหตุล่วงละเมิดความมั่นคงปลอดภัย



เคล็ดลับ 3 มิติ เพื่อรับมือเหตุล่วงละเมิดความมั่นคงปลอดภัย

ความเสี่ยงมีอยู่รอบตัวเสมอ ระบบสารสนเทศไม่ว่าจะเพื่อการใช้งานส่วนตัวหรือเพื่อการดำเนินธุรกิจก็ล้วนแล้วแต่ถูกจ้องคุกคามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ตกเป็นเป้าหมายในแบบเฉพาะเจาะจงและแบบสุ่มหว่านแห ซึ่งโอกาสที่ความมั่นคงปลอดภัยจะถูกล่วงละเมิดนั้นมีอยู่สูง โดยเฉพาะหากมีความประมาทหรือไม่ได้เตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม

ซึ่งเคล็ดลับเพื่อเตรียมการป้องกันและรับมือการถูกล่วงละเมิดความมั่นคงปลอดภัยนั้น ต้องดำเนินการใน 3 มิติ ซึ่งทางทีมที่ปรึกษาของ DestinationOne ได้สรูปมาฝากดังต่อไปนี้


มิติที่ 1 : การตรวจสอบและการป้องกัน
โดยในมิตินี้จะเป็นการดำเนินการในเชิงรุก เน้นที่การป้องกันก่อนเกินเหตุนั่นเอง โดยมีกิจกรรมที่ต้องลงมือทำคือ..

  • การทดสอบระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
  • การสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับทุกองค์ประกอบของระบบสารสนเทศและระบบเครือข่าย รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ให้กับบุคลากรอย่างเหมาะสม
  • การกำหนดแผนฉุกเฉิน/แผนกู้คืนระบบอย่างมีประสิทธิภาพและมีความพร้อมใช้งานเสมอ เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานได้ทันทีหากเกิดเหตุผิดปกติขึ้น

มิติที่ 2 : การตอบสนองต่อเหตุ
หากระบบถูกล่วงละเมิดความมั่นคงปลอดภัย จะต้องรีบตั้งสติและดำเนินการตามแผนฉุกเฉินที่ได้กำหนดไว้ จากนั้นจะต้อง..
  • ให้การปกป้อง/รวบรวมเอาข้อมูลสำคัญที่อยู่บนระบบที่ถูกล่วงละเมิดออกมาให้หมด
  • วิเคราะห์ระบบเครือข่ายในเชิงลึก เพื่อดูว่าการถูกโจมตีนั้นลุกลามไปยังส่วนใดบ้าง และลงมือจำกัดความเสียหาย
  • แจ้งเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้แต่ละฝ่ายดำเนินการตอบสนองต่อเหตุตามหน้าที่ความรับผิดชอบของตนที่ได้ระบุไว้ในแผนฉุกเฉิน/แผนกู้คืนระบบ
มิติที่ 3 : การเยียวยา
เมื่อสามารถควบคุมเหตุล่วงละเมิดได้แล้ว ก็ควรจะมีการเยียวยาและสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อลดผลกระทบและโอกาสในการเกิดเหตุซ้ำ
  • ทำการปรับปรุงระบบที่ได้รับความเสียหาย และเสริมความมั่นคงปลอดภัยอย่างเหมาะสม
  • วิเคราะห์และจัดทำรายงาน เพื่อทบทวนหาสาเหตุ ผลกระทบ บทเรียน และข้อควรปรับปรุง เพื่อการพัฒนาแผนและมาตรการรักษาความความมั่นคงปลอดภัยต่อไป
  • ชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุล่วงละเมิดที่เกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้น, ลูกค้า, หน่วยงานภารรัฐ, สื่อมวลชน ฯลฯ อย่างรอบคอบ เลือกใช้ภาษาและช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความแตกตื่นหรือสร้างความเข้าใจผิด




Content Cr: DestinationOne Counselor
Photo Cr: DataBreachToday.com

Wednesday, March 16, 2016

11 เทคนิคเพื่อการจัดทำนโยบายที่ดี



11 เทคนิคเพื่อการจัดทำนโยบายที่ดี

“องค์กร” ถือเป็น “สังคม” ในรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของบุคลากรจำนวนมากซึ่งมาจากภูมิหลังที่แตกต่าง ดังนั้น เพื่อให้การอยู่ร่วมกันมีความสงบสุขและการดำเนินธุรกิจสามารถก้าวหน้าไปได้อย่างราบรื่นบรรลุเป้าหมาย จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดกฎระเบียบเพื่อควบคุมและแนะนำแนวทางในการทำงาน อันจะช่วยให้บุคลากรทุกคนสามารถมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกันได้เป็นอย่างดี

การกำหนดและการประกาศใช้ “นโยบาย” จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากสำหรับทุกองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งในบทความนี้ DestinationOne ได้รวบรวมเอาประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบในระหว่างกระบวนการจัดทำนโยบาย เพื่อให้นโยบายที่ได้ออกมานั้นมีความเหมาะสมกับองค์กรของท่านอย่างที่สุด


  1. ต้องมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ระบุอย่างชัดเจนว่านโยบายที่จัดทำขึ้นมานี้เพื่อต้องการให้เกิดเป็นผลลัพธ์เช่นไร
  2. ใครควรเป็นผู้ร่างนโยบาย ควรจะเลือกผู้ร่างเนื้อหานโยบายอย่างเหมาะสมตามหัวข้อ โดยเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและคลุกคลีกับเนื้องานที่เกี่ยวข้อง
  3. ใครควรเป็นผู้ทบทวนนโยบาย เมื่อมีร่างเนื้อหานโยบายแล้ว ก็ควรจะมีการทบทวนและแสดงความคิดเห็นจากบุคคลอื่น เพื่อมองหาข้อบกพร่องหรือข้อควรปรับปรุง
  4. ใครควรเป็นผู้อนุมัตินโยบาย ผู้อนุมัติควรจะเป็นผู้บริหารระดับสูง เพื่อเป็นการรับรองว่านโยบายที่ประกาศใช้นั้นมีความสำคัญ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
  5. ใครมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายบ้าง ระบุขอบเขตของการบังคับใช้นโยบาย เช่น แผนก/ฝ่าย, พื้นที่, ระยะเวลา ฯลฯ
  6. โครงสร้างหรือรูปแบบเอกสาร หน้าตาของเอกสารนโยบายนั้นควรจะเป็นเช่นไร ลำดับหัวข้ออย่างไร โดยคำนึงให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย
  7. การสื่อสารเนื้อหา ภาษาที่ใช้ในการเขียนเนื้อหานโยบายนั้นจะต้องมีความเหมาะสมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ทุกคนสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
  8. การกำหนดคำนิยาม คำศัพท์บางคำอาจจะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไปตามภูมิหลังของผู้อ่าน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการระบุคำนิยามที่ชัดเจนตามบริบทของนโยบาย เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิด
  9. ระบุนโยบายหรือระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นโยบายในเรื่องหนึ่งๆ อาจจะมีความเกี่ยวข้องหรือต้องใช้งานร่วมกับนโยบาย, กระบวนการทำงาน, ระบบอื่นๆ ได้ ดังนั้น จึงควรมีการระบุการเชื่อมโยงเอาไว้ด้วย เพื่อให้สะดวกต่อการสืบค้น
  10. การตรวจสอบวัดผล ต้องมีการกำหนดแนวทางหรือวิธีการในการตรวจสอบว่าบุคลากรมีการปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัดหรือไม่ และต้องกำหนดรอบระยะเวลาการตรวจวัดผลอย่างเหมาะสม
  11. การทบทวนปรังปรุง เมื่อนโยบายถูกใช้งานเป็นระยะเวลาหนึ่งอาจจะเกิดความล้าสมัย หรือพบข้อควรปรับปรุง ดังนั้น จึงต้องมีการกำหนดรอบระยะเวลาในการทบทวนนโยบาย เพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัยอยู่เสมอ





Content Cr: DestinationOne Counselor
Photo Cr: ShutterStock.com

Wednesday, March 9, 2016

ข้อควรปฏิบัติสำหรับ User เพื่อป้องกันตัวจาก Ransomware

ข้อควรปฏิบัติสำหรับ User เพื่อป้องกันตัวจาก Ransomware



Ransomware หรือ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ กลายเป็นภัยร้ายที่แพร่ระบาดไปทั่วอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่มีความสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศหรือของภาคธุรกิจมักจะตกเป็นเป้าหมายหลัก อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกันผู้ใช้งานทั่วไปก็ถูกโจมตีล๊อคข้อมูลเพื่อเรียกค่าไถ่อยู่เป็นจำนวนไม่น้อย


ดังนั้น หน่วยงานหลายแห่งจึงได้พยายามศึกษาหาวิธีการป้องกันภัยร้ายมาแรงนี้ ซึงแม้ว่าเครื่องมือหรือเทคโนโลยีจะถูกนำเข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างมากมายเพียงใด แต่จากผลการศึกษานั้นพบว่า อันที่จริงแล้วมาตรการสำคัญส่วนใหญ่จำเป็นต้องอาศัยความตระหนักรู้และความร่วมมือจาก User เป็นหลัก เพื่อปกป้องข้อมูลจาก Ransomware ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


โดยมาตรการหรือคำแนะนำสำหรับ User เพื่อป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อหรือได้รับความเสียหายจาก Ransomware นั้น มีดังนี้


  1. หมั่น Back up ข้อมูลสำคัญอยู่เสมอ
  2. ติดตั้งซอฟต์แวร์ Anti-Malware  และตั้งค่าการใช้งานอย่างเหมาะสม
  3. อย่าเปิดไฟล์แนบที่ดูไม่น่าเชื่อถือ
  4. คิดอย่างรอบคอบก่อนคลิกลิงก์ใดๆ ทุกครั้ง
  5. ตั้งค่าระบบอีเมล์ให้ระงับการดาวน์โหลดไฟล์อัตโนมัติ
  6. อัพเดท Patch ของ OS, Anti-Virus, Browser และซอฟต์แวร์ต่างๆ เสมอ
  7. ถ้าหากปรากฏหน้าต่างหรือกระบวนการแปลกๆ ขึ้นระหว่างใช้งาน ให้ปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ททันที
  8. เปิดใช้งาน Firewall และตั้งค่าอย่างเหมาะสม
  9. เมื่อได้รับไฟล์บีบอัด จะต้องตรวจสอบความปลอดภัยทุกครั้งก่อนเปิดไฟล์
  10. อย่าเปิดใช้งาน Windows Script Host และ Power Shell โดยไม่จำเป็น
  11. ตั้งค่าเบราเซอร์ “ไม่อนุญาต” ให้เปิดหน้าต่าง Pop-up อัตโนมัติ
  12. ตั้งรหัสผ่านที่มั่นคงปลอดภัยและคาดเดาได้ยาก
  13. ระงับการตั้งค่า AutoPlay
  14. อย่าตั้งค่าโฟลเดอร์หรือเครือข่ายให้แบ่งปันไฟล์อัตโนมัติ
  15. งดใช้บริการแบบ Remote โดยไม่จำเป็น
  16. อย่าเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายโดยไม่จำเป็น และต้องเชื่อมต่อเฉพาะที่ไว้ใจได้เท่านั้น
  17. หมั่นตรวจสอบว่ามีซอฟต์แวร์ใดๆ ที่ทำงานเบื้องหลังตลอดเวลาแบบผิดปกติบ้างหรือไม่

สรุปได้ว่า Ransomware ที่ถูกขนานนามว่าเป็นภัยไซเบอร์อันดับหนึ่งของยุคนี้นั้น จะหมดโอกาสโจมตีข้อมูลของคุณได้ หากคุณระมัดระวังในการใช้งานอยู่เสมอ และระดับความเสียหายก็จะลดลงหากคุณมีการ Back up ข้อมูลบ่อยๆ ครับ





Content Cr: DestinationOne Counselor
Photo Cr: PhotoBucket